
ก่อนอื่นต้องขอเล่าก่อนว่าสำหรับผู้เขียนแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะซื้อหนังสือประเภทนี้มาอ่าน ชื่อหนังสือมีอยู่ว่า เทคนิคการอ่านให้ไม่ลืม เริ่มต้นจากการที่ผู้เขียนไม่ได้เข้าร้านหนังสือเป็นเวลานาน เนื่องจากติดภาระกิจต่างๆมากมาย แก้ปัญหาต่างๆอยู่ตลอด จนลืมไปแล้วว่าไม่ได้อ่านหนังสือมานานแค่ไหน ประกอบกับไม่ได้เขียนบทความเลยเพราะไม่แน่ใจว่าบทความที่เขียนไป ผู้อ่านจะได้ใช้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มันทำให้สมองรู้สึกปลอดโปร่งอย่างคาดไม่ถึง เพราะเนื้อหาในหนังสือบางส่วนได้บอกถึงเหตุผลว่าทำไมคนเราจึงวิตกกังวลกับเรื่องบางเรื่องจนกลายเป็นความเครียดได้ ซึ่งก็คือ โดยธรรมชาติแล้วเมื่อมนุษย์เราเจอความเครียด จะมีมุมมองที่แคบลง ทำให้นึกถึงแต่เรื่องตรงหน้า จนนึกถึงวิธีแก้ปัญหาที่ต่างออกไปจากเดิมไม่ออก ความรู้สึกวิตกกังวลจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสมองส่วนที่เรียกว่า “อมิกดาลา” คือเมื่อใดก็ตามที่อมิกดาลาตื่นตัว มนุษย์เราจะรู้สึกวิตกกังวลหรือเศร้าขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้า อมิกดาลา ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ก็อาจจะพัฒนาให้กลายเป็นโรคทางจิตเวชได้ในที่สุด ในทางกลับกัน ถ้าสามารถยับยั้ง อมิกดาลา ให้ไม่ตื่นตัวได้ เราก็จะรู้สึกเศร้าหรือกังวลน้อยลง โดยต้องใช้ “สัญญาณภาษา” ซึ่งมันก็คือ “ข้อมูล” ที่ส่งถึงสมองในรูปแบบภาษานั่นเอง ลองนึกถึงเวลาเด็กเล่นซนจนได้แผล เราะมักจะปลอบด้วยการพูดว่า “โอมเพี้ยง ความเจ็บจงหายไป” เด็กก็จะหายเจ็บอย่างคาดไม่ถึง การป้อน สัญญาณภาษา เข้าสู่สมองมีหลายวิธี เช่น การพูด การฟัง การอ่าน วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือ การพูดหรือฟังคำแนะนำจากผู้อื่น แต่มันมีข้อเสียคือต้องพึ่งพาคนอื่น ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร แค่มีเงินซื้อหนังสือสักเล่มก็พอ เมื่อเจอกับปัญหาการอ่านหนังสือเป็นทางออกทางหนึ่งที่ช่วยคุณได้ ขอแค่คุณไปที่ร้านหนังสือ แล้วมองหาหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณกำลังเครียด หรือเป็นปัญหาอยู่มาอ่าน เมื่อได้อ่านความเครียดก็จะบรรเทา เมื่อรู้วิธีแก้ก็จะหายเครียดแม้วิธีนั้นอาจจะไม่ได้ผลอะไรเลยก็ตาม สรุปแล้วหนังสือที่ไม่เคยคิดจะซื้อมาอ่านกลับได้ผลข้างเคียงกับเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่อย่างบังเอิญ ส่วนอื่นๆในหนังสือนี้ สำหรับผู้เขียนขอจับใจความไว้ดังนี้
เทคนิคที่ทำให้อ่านแล้วไม่ลืมตามแบบฉบับของผู้เขียนเอง
- อ่านแล้วส่งออก โดย ขีดเน้นข้อความในหนังสือ โพสต์คำคมลงเฟสบุ๊ก เล่าให้คนอื่นฟัง หรือ ทำบทวิจารณ์หลังอ่าน 1 วัน เพื่อลดความรู้สึกชอบ หรืออคติที่มีต่อหนังสือนั้นๆ
- ซื้อแล้วอ่านเลย เนื่องจากตอนที่ซื้อก็จะมีความอยากที่จะอ่าน หากสามารถกำหนดเวลาในการอ่านให้จบได้ ก็จะยิ่งจำได้ไม่มีลืม
- อ่านครั้งละ 15 นาที เพราะมนุษย์เราจะโฟกัสสิ่งที่อ่านที่ 5 นาที แรกและ 5 นาทีสุดท้าย จึงเหมาะที่จะแบ่งการอ่านเป็นช่วงในเวลาว่าง ที่มีเวลาประมาณ 15 นาที เช่น ตอนขึ้นรถไฟฟ้า หรือก่อนนอน ก็จะช่วยให้หลับสบายขึ้น และทำให้ได้ละสายตาจากสมาร์ทโฟนที่กินเวลาส่วนใหญ่ของคุณไปหมด
Cr. คะบะซะวะ ชิอง